ถ้าพูดถึงประเทศที่แค่มองออกนอกหน้าต่างรถไฟก็ได้ภาพสวยกลับบ้าน หลายคนคงนึกถึงสวิสเป็นอันดับแรก การตามหา สวิตเซอร์แลนด์วิวสวยๆ จึงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ความยากอยู่ที่การเลือกว่าจะไปจุดไหนก่อน เพราะเวลาและงบประมาณของเรามีจำกัด
บทความนี้จะพาไปรู้จักจุดชมทิวทัศน์เด่นๆ ทั้งยอดเขา ทะเลสาบ และหมู่บ้านในหุบเขา พร้อมขั้นตอนวางแผนและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนออกเดินทาง เพื่อให้ทริปของคุณคุ้มค่าที่สุด
วิวแบบสวิสคืออะไร ทำไมใครเห็นก็หลงรัก
เสน่ห์ของทิวทัศน์สวิสอยู่ที่ความหลากหลายในพื้นที่ไม่ใหญ่มาก เทือกเขาแอลป์กินพื้นที่ราว 60% ของประเทศ ทำให้ภูเขาหิมะ ทุ่งหญ้า และทะเลสาบอยู่ใกล้กันจนเที่ยวได้ครบในวันเดียว
อีกเหตุผลคือระบบขนส่งที่พาเราไปถึงจุดชมวิวได้ง่ายมาก ทั้งรถไฟไต่เขา กระเช้า และเรือ คนที่ไม่ได้เดินป่าเก่งก็ขึ้นไปยืนบนความสูงกว่า 3,000 เมตรได้อย่างสบาย
โดยรวมแล้ว วิวที่คนนิยมไปชมแบ่งได้ 4 แบบหลัก
- ยอดเขาและธารน้ำแข็ง เช่น ยุงเฟรายอค กอร์เนอร์กราท ทิตลิส
- ทะเลสาบสีฟ้าอมเขียว เช่น ทะเลสาบเบรียนซ์ ทะเลสาบเอชิเนน
- หมู่บ้านในหุบเขา เช่น เลาเทอร์บรุนเนิน กรินเดลวัลด์
- เส้นทางรถไฟสายพาโนรามา เช่น Glacier Express และ Bernina Express
ข้อดีของการจัดทริปโดยเน้นจุดชมวิวเป็นหลัก
หลายคนวางแผนโดยไล่ตามชื่อเมือง แต่การเลือกจุดชมวิวก่อนแล้วค่อยเลือกเมืองที่พักจะช่วยให้ทริปลงตัวกว่า และได้ประโยชน์หลายอย่าง
- ประหยัดเวลาเดินทาง เพราะจุดเด่นหลายแห่งกระจุกตัวอยู่ในโซนเดียวกัน
- คุมงบได้ง่ายขึ้น รู้ล่วงหน้าว่าต้องจ่ายค่ากระเช้าและรถไฟขึ้นเขากี่แห่ง
- ปรับแผนตามสภาพอากาศได้ วันไหนฟ้าปิดก็สลับไปเที่ยวเมืองหรือทะเลสาบแทน
- ได้ภาพถ่ายที่หลากหลาย ไม่ซ้ำมุมกันตลอดทั้งทริป
10 จุดชมวิวสวิสที่ควรใส่ไว้ในแผนเที่ยว
รายชื่อด้านล่างคัดจากจุดที่เดินทางง่าย เหมาะกับคนไปครั้งแรก และให้ภาพที่แตกต่างกัน หากอยากดูภาพรวมของแต่ละเมืองเพิ่มเติม ลองอ่านรวม ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ที่หน้าแรกของเราประกอบกันได้
โซนยอดเขาและธารน้ำแข็ง
- ยุงเฟรายอค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปที่ระดับ 3,454 เมตร มองเห็นธารน้ำแข็งอาเลทช์ทอดยาวสุดสายตา
- กอร์เนอร์กราท (Gornergrat) นั่งรถไฟฟันเฟืองจากเซอร์แมทขึ้นไปที่ 3,089 เมตร เพื่อชมยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นแบบเต็มตา
- ทิตลิส (Titlis) ขึ้นจากเมืองเองเกิลเบิร์กด้วยกระเช้าหมุนรอบตัวเอง เดินทางจากลูเซิร์นแบบไปเช้าเย็นกลับได้
- พิลาตุสและริกิ (Pilatus, Rigi) สองยอดเขาใกล้ลูเซิร์น มองลงมาเห็นทะเลสาบลูเซิร์นกับแนวเขาแอลป์ในภาพเดียว
โซนหุบเขาและหมู่บ้าน
- เลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) หุบเขาที่มีน้ำตกถึง 72 สาย โดยมีน้ำตกชเตาบ์บาคสูงเกือบ 300 เมตรเป็นฉากหลังของหมู่บ้าน
- กรินเดลวัลด์ เฟียสต์ (Grindelwald First) มีทางเดินเลียบหน้าผา First Cliff Walk และเส้นทางเดินไปทะเลสาบบาคอัลป์ราว 1 ชั่วโมง
- ฮาร์เดอร์คูล์ม (Harder Kulm) จุดชมวิวเหนือเมืองอินเทอร์ลาเคน เห็นทะเลสาบทูนและเบรียนซ์ขนาบสองฝั่ง
โซนทะเลสาบและไร่องุ่น
- อิเซลท์วัลด์ (Iseltwald) หมู่บ้านเล็กริมทะเลสาบเบรียนซ์ น้ำสีเทอร์ควอยซ์ตัดกับบ้านไม้แบบชาเลต์
- ทะเลสาบเอชิเนน (Oeschinensee) ทะเลสาบบนเขาเหนือเมืองคันเดอร์ชเต็ก ล้อมด้วยหน้าผาสูง เหมาะกับช่วงฤดูร้อน
- ไร่องุ่นลาโว (Lavaux) ไร่องุ่นขั้นบันไดมรดกโลกริมทะเลสาบเจนีวา ใกล้เมืองมงเทรอซ์และปราสาทชิลยง
Pro Tip (ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ): ถ้ามีเวลาขึ้นยอดเขาหิมะได้แค่แห่งเดียว ให้เลือกตามภาพที่อยากได้ อยากเห็นธารน้ำแข็งให้ไปยุงเฟรายอค อยากเห็นแมทเทอร์ฮอร์นให้ไปกอร์เนอร์กราท ส่วนคนที่พักลูเซิร์นและเวลาน้อย ทิตลิสจะเดินทางสะดวกที่สุด
นั่งรถไฟชมวิว อีกวิธีเก็บภาพสวยโดยไม่ต้องเดินไกล
สำหรับคนที่เดินทางกับผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก รถไฟสายพาโนรามาคือทางเลือกที่ตอบโจทย์มาก เพราะนั่งสบาย หน้าต่างบานใหญ่ถึงหลังคา และวิวเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตลอดเส้นทาง
- Glacier Express วิ่งระหว่างเซอร์แมทกับเซนต์มอริตซ์ ใช้เวลาราว 8 ชั่วโมง ผ่านหุบเขา สะพานหิน และช่องเขาสูง
- Bernina Express เส้นทางมรดกโลกจากเมืองคัวร์ข้ามเทือกเขาไปถึงเมืองทิราโนในอิตาลี เห็นธารน้ำแข็งและทะเลสาบบนเขา
- GoldenPass Express เชื่อมอินเทอร์ลาเคนกับมงเทรอซ์ ภาพเปลี่ยนจากหมู่บ้านบนเขาไปเป็นไร่องุ่นริมทะเลสาบ
รถไฟกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ต้องจองที่นั่งล่วงหน้าและมีค่าจองแยกจากค่าตั๋ว แม้จะถือบัตรโดยสารแบบเหมาอยู่แล้วก็ตาม หากงบจำกัด รถไฟท้องถิ่นที่วิ่งบนรางเดียวกันก็ให้วิวเดียวกัน เพียงแต่หน้าต่างเล็กกว่าและต้องเปลี่ยนขบวนระหว่างทาง
ช่วงเวลาไหนเหมาะกับวิวแบบไหน
สวิสสวยทุกฤดู แต่ภาพที่ได้จะต่างกันมาก การเลือกเดือนเดินทางจึงควรเริ่มจากคำถามว่าอยากเห็นอะไร
- ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) ทุ่งหญ้าเขียว ดอกไม้บาน เส้นทางเดินเขาเปิดครบ ทะเลสาบสีสวยที่สุด แต่คนเยอะและราคาสูง
- ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) ใบไม้เปลี่ยนสี อากาศเย็นสบาย คนเริ่มบางตา
- ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) หิมะขาวทั้งเมือง เหมาะกับสกีและตลาดคริสต์มาส แต่กลางวันสั้น
- ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม) ราคาเบาลง แต่กระเช้าบางสายปิดซ่อมบำรุง
วิธีวางแผนเที่ยวชมวิวสวิสทีละขั้น
การเก็บ สวิตเซอร์แลนด์วิวสวยๆ ให้ได้มากที่สุดในเวลาจำกัด ไม่จำเป็นต้องย้ายที่พักทุกคืน ลองวางแผนตามลำดับนี้
- กำหนดจำนวนวันและฤดู ทริปแรกควรมีอย่างน้อย 7–9 วัน เพื่อเผื่อวันสำรองกรณีฟ้าปิด
- เลือกฐานที่พัก 2–3 เมือง เช่น ลูเซิร์น อินเทอร์ลาเคนหรือกรินเดลวัลด์ และเซอร์แมท แล้วเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ
- เลือกยอดเขาหลัก 2–3 แห่ง ไม่ควรขึ้นทุกยอด เพราะวิวหิมะจะเริ่มคล้ายกันและค่าใช้จ่ายสูง
- เปรียบเทียบบัตรโดยสาร ระหว่าง Swiss Travel Pass, Half Fare Card และบัตรประจำภูมิภาค โดยลองรวมค่าเดินทางจริงของแผนตัวเอง
- จองสิ่งที่ต้องจองล่วงหน้า เช่น ที่นั่งรถไฟสายพาโนรามาและที่พักในช่วงไฮซีซัน
- เว้นวันว่างไว้ 1 วัน สำหรับสลับแผนเมื่ออากาศไม่เป็นใจ
ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง: นักเดินทางจำนวนมากจองตั๋วยุงเฟรายอคแบบระบุวันไว้ตั้งแต่อยู่ไทย พอถึงวันจริงกลับเจอเมฆปกคลุมทั้งยอด มองไม่เห็นอะไรเลย ส่วนคนที่เว้นวันไว้ 2–3 วันในโซนเดียวกัน แล้วเปิดดูกล้องไลฟ์บนยอดเขาตอนเช้าก่อนตัดสินใจ มักได้วันฟ้าเปิดมากกว่าอย่างชัดเจน
เทคนิคเก็บภาพให้ได้วิวแบบโปสการ์ด
ไม่ต้องมีกล้องราคาแพงก็ได้ภาพสวย สิ่งที่สำคัญกว่าคือจังหวะเวลาและตำแหน่งที่ยืน
- ขึ้นยอดเขาให้เช้าที่สุด เพราะช่วงสายถึงบ่ายเมฆมักก่อตัวและคนเริ่มแน่น
- ถ่ายแมทเทอร์ฮอร์นตอนพระอาทิตย์ขึ้น ยอดเขาจะเป็นสีส้มทองอยู่ไม่กี่นาที
- หาทะเลสาบที่น้ำนิ่งเพื่อเก็บเงาสะท้อน เช่น ริฟเฟลเซระหว่างทางลงจากกอร์เนอร์กราท
- บนรถไฟ ให้เลือกฝั่งที่นั่งตามทิศของวิว และเช็ดกระจกก่อนถ่ายเพื่อลดเงาสะท้อน
Pro Tip (ข้อแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ): อย่ารีบลงจากเขาด้วยเส้นทางเดิม ลองลงกระเช้าหรือรถไฟแค่ครึ่งทาง แล้วเดินต่ออีก 1–2 สถานี เส้นทางช่วงกลางเขามักให้ภาพหมู่บ้านกับภูเขาที่สวยกว่าบนยอด และแทบไม่มีคน
ข้อควรระวังก่อนออกเดินทาง
ความผิดพลาดส่วนใหญ่ของทริปสวิสไม่ได้เกิดจากการเลือกสถานที่ผิด แต่มาจากการประเมินอากาศ เวลา และค่าใช้จ่ายคลาดเคลื่อน
- สภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว ในเมืองแดดออก บนยอดเขาอาจมีหมอกหนา ควรดูกล้องไลฟ์ของแต่ละยอดเขาก่อนซื้อตั๋วทุกครั้ง
- ความสูงมีผลต่อร่างกาย ที่ระดับเกิน 3,000 เมตร บางคนจะเวียนหัวหรือเหนื่อยง่าย ควรเดินช้าๆ ดื่มน้ำบ่อยๆ และปรึกษาแพทย์ก่อนหากมีโรคประจำตัว
- ค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่คิด ตั๋วขึ้นเขาแต่ละแห่งมีราคาสูง และ Swiss Travel Pass ไม่ได้ครอบคลุมฟรีทุกยอดเขา ส่วนใหญ่ได้เพียงส่วนลด
- ช่วงปิดซ่อมบำรุง กระเช้าและรถไฟขึ้นเขาหลายสายปิดช่วงเปลี่ยนฤดู ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์ทางการก่อนจองที่พัก
- ร้านค้าปิดเร็ว ซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองเล็กมักปิดช่วงหัวค่ำ และหลายร้านปิดวันอาทิตย์
- เครื่องแต่งกาย แม้ไปหน้าร้อนก็ควรมีเสื้อกันลมและแว่นกันแดดติดตัว เพราะบนยอดเขาอุณหภูมิใกล้ศูนย์องศา
อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือการเคารพพื้นที่ของคนท้องถิ่น ไม่เดินเข้าทุ่งหญ้าหรือสนามหน้าบ้านเพื่อถ่ายรูป และทิ้งขยะให้ถูกที่ บางจุดถ่ายภาพยอดนิยมเริ่มมีการเก็บค่าเข้าและจำกัดจำนวนคนแล้ว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ไปครั้งแรกควรเที่ยวกี่วันถึงจะเก็บวิวได้ครบ
แนะนำ 7–9 วันสำหรับ 2–3 โซนหลัก เช่น ลูเซิร์น ภูมิภาคยุงเฟรา และเซอร์แมท หากมีเวลาเพียง 5 วัน ควรลดเหลือ 2 โซน เพื่อไม่ให้เสียเวลาไปกับการเดินทางมากเกินไป
ไปเดือนไหนถึงจะได้เห็น สวิตเซอร์แลนด์วิวสวยๆ แบบฟ้าใส
ไม่มีเดือนไหนรับประกันได้ แต่ช่วงปลายมิถุนายนถึงกันยายนมีโอกาสฟ้าเปิดและเส้นทางเปิดครบมากที่สุด สิ่งที่ช่วยได้จริงคือการเผื่อวันสำรองและเช็กพยากรณ์อากาศแบบวันต่อวัน
ไม่ขับรถ เที่ยวชมวิวด้วยรถไฟอย่างเดียวได้ไหม
ได้ และเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดด้วย รถไฟ รถบัส และเรือเชื่อมต่อกันเกือบทุกจุดชมวิว ตารางเวลาตรงมาก อีกทั้งบางเมืองอย่างเซอร์แมทก็ไม่อนุญาตให้รถยนต์ส่วนตัวเข้าอยู่แล้ว
สรุป
การเที่ยวชม สวิตเซอร์แลนด์วิวสวยๆ ให้คุ้มค่า ไม่ได้อยู่ที่การไปให้ครบทุกยอดเขา แต่อยู่ที่การเลือกจุดที่ตรงกับภาพในใจ เลือกฤดูให้เหมาะ และเผื่อเวลาไว้สำหรับสภาพอากาศ เมื่อวางฐานที่พักไว้ 2–3 เมืองและมีวันสำรอง โอกาสได้วิวอย่างที่หวังก็จะสูงขึ้นมาก
หากกำลังเริ่มวางแผนและอยากดูข้อมูลเมือง เส้นทาง และไอเดียเที่ยวเพิ่มเติม เชิญแวะไปที่หน้าหลักของเราเพื่อดูรวม ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งหมด หรือติดต่อทีมงานเพื่อสอบถามรายละเอียดได้เลย เรายินดีช่วยให้ทริปของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น


