THE PEAK OF EUROPE

Switzerland Alps Scenic ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เที่ยวเทือกเขาแอลป์

Switzerland Alps Scenic – ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เที่ยวเทือกเขาแอลป์

ถ้าพูดถึง ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างฝันอยากไปสักครั้ง คงหนีไม่พ้นเทือกเขาแอลป์ (Swiss Alps) ที่ทอดตัวยาวกว่า 1,200 กิโลเมตร ผ่านหัวใจของยุโรป 

ภาพยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะขาว ทะเลสาบใสราวกระจก และหมู่บ้านเล็กๆ ที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย คือ Switzerland Alps Scenic ที่ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นจุดหมายระดับตำนานของนักเดินทาง ไม่ว่าจะมาครั้งแรกหรือครั้งที่สิบ ก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ

Contents hide
1 Switzerland Alps Scenic – ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เที่ยวเทือกเขาแอลป์

ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์บนเทือกเขาแอลป์ที่ไม่ควรพลาด

เทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ มีจุดท่องเที่ยวมากมายที่แต่ละแห่งล้วนมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง แต่มีอยู่ 3 จุด ที่ถือเป็นหมุดหมายหลักที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องแวะชม เพราะนอกจากวิวจะงดงามแล้ว ยังเข้าถึงได้ง่ายและมีกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

🏔️

จุงเฟราว์ (Jungfrau) หลังคายุโรปที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์สุดไอคอนิก

จุงเฟราว์ (Jungfrau) คือยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแอลป์สวิส ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงได้ด้วยรถไฟ ด้วยความสูง 3,454 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล จนได้รับฉายาว่า “หลังคาแห่งยุโรป” สถานี Jungfraujoch ที่อยู่บนยอดเขาเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป บรรยากาศบนยอดเขาเต็มไปด้วยหิมะและกลาเซียร์ที่ยิ่งใหญ่อลังการ

การขึ้นไปบนจุงเฟราว์ต้องนั่งรถไฟ Jungfrau Railway ซึ่งเป็นรถไฟสายประวัติศาสตร์ ที่สร้างมาตั้งแต่ปี 1912 ใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง จากเมือง Grindelwald หรือ Lauterbrunnen บนยอดเขามีจุดชมวิว Sphinx Observatory ที่มองเห็นทะเลกลาเซียร์ Aletsch ซึ่งเป็นกลาเซียร์ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์  

รวมถึง Ice Palace พระราชวังน้ำแข็งที่แกะสลักอยู่ใต้ผิวกลาเซียร์ลึกถึง 20 เมตร ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือเช้าตรู่ เพื่อหลีกเลี่ยงหมอกที่มักขึ้นในช่วงบ่าย

📐

มัทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) ยอดเขาสัญลักษณ์แห่งเทือกเขาแอลป์

มัทเทอร์ฮอร์น (Matterhorn) คือยอดเขาที่ได้ชื่อว่าสวยงามและโดดเด่นที่สุดในโลก ด้วยรูปทรงสามเหลี่ยมแหลมคม ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างน่าเกรงขาม ตั้งอยู่ที่เมือง Zermatt ซึ่งเป็นเมืองปลอดรถยนต์ ที่อยู่บนระดับความสูง 1,620 เมตร บรรยากาศของเมืองเป็นแบบ Alpine village แท้ๆ ที่ยังคงความคลาสสิกไว้ได้อย่างดี

จุดชมวิวมัทเทอร์ฮอร์นที่ดีที่สุด คือ Riffelalp หรือ Gornergratt Observatory ที่ความสูง 3,089 เมตร ซึ่งสามารถขึ้นไปได้ด้วยรถไฟ Gornergrat Bahn วิวที่เห็นจากที่นั่น คือภาพยอดเขามัทเทอร์ฮอร์น ที่ตัดกับท้องฟ้าสีครามและทะเลหิมะกว้างใหญ่ ช่วงเช้าตรู่ก่อน sunrise เป็นช่วงที่แสงทอง Golden Hour ตกกระทบยอดเขาได้สวยงามที่สุด และในฤดูหนาว ยังมีลานสกีชั้นนำระดับโลกที่เปิดให้บริการตลอดปีอีกด้วย

🏘️

กรินเดลวัลด์ (Grindelwald) หมู่บ้านหิมะท่ามกลางหุบเขาสวยงาม

กรินเดลวัลด์ (Grindelwald) เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ในหุบเขาของ Bernese Oberland ล้อมรอบด้วยยอดเขาสามยักษ์ใหญ่คือ Eiger, Mönch และ Jungfrau หมู่บ้านแห่งนี้เป็น Base Camp ที่นิยมมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นจุงเฟราว์ หรือสำรวจเส้นทางเดินป่าในพื้นที่

ที่ไม่ควรพลาดคือ First Cliff Walk ทางเดินริมหน้าผาที่สร้างอยู่บนขอบหุบเขาสูง ให้วิว 360 องศาของเทือกเขาโดยรอบแบบที่หัวใจจะสั่น และยังมี Grindelwald Glacier ที่เดินเข้าไปสัมผัสใกล้ๆ ได้ และ Adventure Park สำหรับนักผจญภัยที่ชอบ Zip Line และ Rope Course ท่ามกลางป่าและยอดเขา

SCENIC RAILWAY & ADVENTURE

เส้นทางชมวิว Switzerland Alps Scenic ที่นักท่องเที่ยวต้องลอง

เส้นทางชมวิว Switzerland Alps Scenic ที่นักท่องเที่ยวต้องลอง

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ Switzerland Alps Scenic แตกต่างจากที่อื่น คือ ระบบการเดินทางที่ถูกออกแบบมาเพื่อชมวิวโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟสายพิเศษ หรือเส้นทางถนนที่คดเคี้ยวผ่านยอดเขา ทุกเส้นทางล้วน เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าในตัวเอง

Swiss Alps Panorama Route ถนนชมวิวสวยที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เช่ารถขับเอง Swiss Alps Panorama Route คือเส้นทางที่ไม่ควรพลาด เส้นทางสายหลักที่นิยมคือ Susten Pass, Grimsel Pass และ Furka Pass ซึ่งสามารถวนเป็นลูปได้ในหนึ่งวัน ให้วิวของกลาเซียร์ ทะเลสาบ และทุ่งดอกไม้ Alpine ตลอดเส้นทาง

Furka Pass เป็นถนนที่เคยใช้ถ่ายทำหนัง James Bond ตอน Goldfinger ฉากรถไล่กันบนยอดเขาสวิส ช่วงฤดูร้อน (มิ.ย.–ต.ค.) เป็นช่วงที่ถนนเปิดให้สัญจรได้ ก่อนจะปิดรับหิมะในช่วงฤดูหนาว ควรเริ่มออกเดินทางแต่เช้า เพื่อให้มีเวลาแวะชมจุดต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

Glacier Express รถไฟสายโรแมนติกพิชิตเทือกเขาแอลป์

Glacier Express คือรถไฟพาโนรามาที่ขึ้นชื่อว่าช้าที่สุดในโลก วิ่งระหว่างเมือง Zermatt และ St. Moritz ระยะทาง 291 กิโลเมตร ผ่านสะพาน 291 แห่ง อุโมงค์ 91 แห่ง และยอดเขาสูงสุดที่ Oberalp Pass (2,033 เมตร) ใช้เวลาทั้งหมดราว 8 ชั่วโมง

หน้าต่างกระจกโค้งขนาดใหญ่ของรถไฟ ออกแบบมาเพื่อให้ชมวิวเทือกเขาได้เต็มตา ทุกซีนที่เคลื่อนผ่านไปคือ ภาพของทุ่งหิมะ หุบเขา แม่น้ำ และหมู่บ้านสวิส ที่เปลี่ยนสลับกันไปตลอดการเดินทาง แนะนำให้จองที่นั่งฝั่ง south (ขาไป Zermatt→St. Moritz) เพื่อให้ได้วิวด้านที่สวยที่สุด และควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน ในช่วง High Season

Bernina Express เส้นทางรถไฟมรดกโลก UNESCO บนยอดเขา

Bernina Express เป็นรถไฟอีกสายที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO วิ่งระหว่างเมือง Chur ในสวิตเซอร์แลนด์ไปยัง Tirano ในอิตาลี ผ่าน Bernina Pass ที่ความสูง 2,253 เมตร ซึ่งเป็น Alpine Railway ที่สูงที่สุดในยุโรป และไม่ต้องใช้ราง Rack (ราวรถไฟช่วยดึง)เลย

จุดเด่นของเส้นทางนี้คือ Landwasser Viaduct สะพานหินโค้ง 6 ช่วง ที่สวยงามราวภาพวาด และ Morteratsch Glacier ที่มองเห็นได้ชัดเจนจากหน้าต่างรถไฟ เส้นทางนี้ใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง และสามารถต่อไปถึงฝั่งอิตาลีได้ในวันเดียว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการประสบการณ์ข้ามพรมแดนในทริปเดียว

กิจกรรมเด็ดบนเทือกเขาแอลป์สวิตเซอร์แลนด์ที่ต้องลองสักครั้ง ⛷️

เทือกเขาแอลป์ ไม่ได้มีดีแค่วิวสวยเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยกิจกรรมผจญภัย และกิจกรรมธรรมชาติที่หลากหลาย เหมาะสำหรับทุกระดับความสามารถ ตั้งแต่นักท่องเที่ยวทั่วไปไปจนถึงนักกีฬา Adventure ตัวยง

สกีและสโนว์บอร์ดบนลานหิมะระดับโลก

สวิตเซอร์แลนด์ คือ ดินแดนสกีระดับ World Class ที่มีรีสอร์ทชั้นนำ กระจายอยู่ทั่วเทือกเขาแอลป์ Verbier, Zermatt, St. Moritz และ Davos คือ 4 รีสอร์ทที่ติดอันดับดีที่สุดในโลกอย่างสม่ำเสมอ แต่ละแห่งมีลานสกีหลายสิบเส้นทางที่ครอบคลุมทุกระดับความยาก

Zermatt เป็นรีสอร์ทที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เพราะสามารถสกีข้ามพรมแดนไปยังฝั่งอิตาลีที่ Cervinia ได้เลย พื้นที่สกีรวมกันกว่า 360 กิโลเมตร พร้อมลิฟต์กว่า 52 เครื่อง สำหรับมือใหม่ทุกรีสอร์ท มีสกีสคูลที่รับสอนตั้งแต่ระดับเริ่มต้น ค่าเช่าอุปกรณ์ครบชุดอยู่ที่ประมาณ CHF 50–80 ต่อวัน

เดินป่าชม Alpine Meadows ท่ามกลางธรรมชาติบริสุทธิ์

ช่วงฤดูร้อน เทือกเขาแอลป์จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวขจีและเต็มไปด้วยดอกไม้ป่านานาพันธุ์ เส้นทางเดินป่า (Hiking Trails) ทั่วสวิตเซอร์แลนด์มีรวมกันมากกว่า 65,000 กิโลเมตร แบ่งเป็นระดับง่ายสำหรับครอบครัว ไปจนถึงระดับท้าทายสำหรับนักปีนเขาผู้เชี่ยวชาญ

เส้นทางที่นักท่องเที่ยวนิยมคือ Männlichen–Kleine Scheidegg เดินป่าราว 2–3 ชั่วโมง บนสันเขาที่มองเห็น Eiger, Mönch และ Jungfrau ตลอดทาง และ Aletsch Glacier Trail เส้นทางชมกลาเซียร์ที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแอลป์ระยะใกล้ชิด เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบเต็มๆ โดยไม่ต้องปีนหน้าผา

Paragliding เหนือเทือกเขาแอลป์ประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้

Paragliding บนเทือกเขาแอลป์สวิส คือหนึ่งในประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่าเป็น Highlight ของทริป จุดที่นิยมมากที่สุดคือ Interlaken ซึ่งมีสนามบินและ Flying School จำนวนมาก Tandem Paragliding ไม่ต้องมีประสบการณ์มาก่อน นักบินผู้เชี่ยวชาญจะพาบินขึ้นจากยอดเขา และร่อนลงสู่พื้นที่ราบในเวลาประมาณ 20–30 นาที

วิวระหว่างบินคือ ภาพ Bird’s Eye View ของทะเลสาบ Thun และ Brienz ที่ตัดกับเทือกเขาแอลป์สีขาวขนาบข้าง ราคาสำหรับ Tandem Flight อยู่ที่ประมาณ CHF 170–220 ต่อคน รวมรูปภาพและวิดีโอ ควรจองล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน เพราะเป็นกิจกรรมยอดนิยมที่มักเต็มเร็ว

The Ultimate Planning Guide

ฤดูกาลไหนดีที่สุดสำหรับเที่ยวเทือกเขาแอลป์สวิตเซอร์แลนด์

เทือกเขาแอลป์สวิตเซอร์แลนด์สวยงามในทุกฤดูกาล แต่แต่ละช่วงเวลาให้บรรยากาศ และกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป การเลือกช่วงเวลาให้ตรงกับความต้องการของตัวเอง คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทริปนี้สมบูรณ์แบบที่สุด

ฤดูกาลไหนดีที่สุดสำหรับเที่ยวเทือกเขาแอลป์สวิตเซอร์แลนด์

ฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.) ฤดูกาลสกีที่ดีที่สุดในรอบปี

ฤดูหนาว คือ ช่วง Peak Season ของรีสอร์ทสกีทุกแห่งในเทือกเขาแอลป์ หิมะที่ตกหนักในช่วงธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ทำให้ลานสกีอยู่ในสภาพดีที่สุด บรรยากาศของหมู่บ้านบนเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน พร้อมแสงไฟสีส้มอบอุ่นคือ Postcard Perfect ที่ทุกคนอยากได้มาถ่ายรูป

อย่างไรก็ตาม ฤดูหนาวเป็นช่วงที่แพงและคนหนาแน่นที่สุด ราคาโรงแรมและ Ski Pass สูงกว่าช่วงอื่นประมาณ 30–50% ควรจองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 เดือน โดยเฉพาะช่วง Christmas และ New Year ที่ที่พักดีๆ จะหมดเร็วมาก

ฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.) ทุ่งหญ้าเขียวขจีและอากาศเย็นสบาย

ฤดูร้อนบนเทือกเขาแอลป์ คือช่วงที่ธรรมชาติงดงามที่สุดในแบบต่างออกไป ทุ่งหญ้า Alpine ที่เต็มไปด้วยดอกเอเดลไวส์และดอกไม้ป่าหลากสี อากาศเย็นสบายอยู่ที่ราว 15–22 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการเดินป่า ปั่นจักรยาน และกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท

กลาเซียร์ที่ยังคงอยู่บนยอดเขาตัดกับทุ่งหญ้าสีเขียวด้านล่าง สร้างภาพที่สวยงามไม่แพ้ฤดูหนาวเลย ช่วงนี้ เส้นทางเดินป่าทุกสายเปิดให้บริการ รวมถึง Mountain Biking Trail และ Via Ferrata สายต่างๆ ราคาที่พักและบริการจะถูกกว่าฤดูหนาวเล็กน้อย แต่ก็ยังอยู่ในช่วง High Season เช่นกัน

ฤดูใบไม้ร่วง ทะเลสีทองและบรรยากาศแสนโรแมนติก

ช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวขาประจำหลายคนบอกว่าสวยที่สุด ใบไม้บนต้นเปลือย จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส้ม และแดง สร้างทะเลสีทอง ที่ตัดกับหิมะบนยอดเขาอย่างงดงาม บรรยากาศเงียบสงบกว่าช่วงฤดูร้อนอย่างเห็นได้ชัด และนักท่องเที่ยวก็น้อยลงอย่างมาก

ฤดูใบไม้ร่วง ยังเป็นช่วง Shoulder Season ที่ราคาที่พักและบริการต่างๆ ลดลง 20–30% เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการประหยัดงบแต่ยังได้วิวที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า เพราะหมอกและฝนมีความถี่มากขึ้นในช่วงนี้

เตรียมตัวเที่ยว Switzerland Alps Scenic ให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

การเตรียมตัวให้ดีก่อนออกเดินทาง จะช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงินได้อย่างมาก สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่ค่าใช้จ่ายสูง แต่ถ้าวางแผนดีก็สามารถเที่ยวได้อย่างคุ้มค่า

Swiss Travel Pass บัตรเดียวเที่ยวได้ทั่วเทือกเขาแอลป์

Swiss Travel Pass คือบัตรโดยสารรวมที่ครอบคลุมรถไฟ รถเมล์ และเรือในสวิตเซอร์แลนด์ไม่จำกัดเที่ยว รวมถึงส่วนลด 25–50% สำหรับรถไฟขึ้นเขาและกระเช้าหลายสาย มีให้เลือกหลายระยะตั้งแต่ 3, 4, 6, 8 และ 15 วัน ราคาเริ่มต้นที่ CHF 244 ต่อคนสำหรับ 3 วัน

สำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนเที่ยวหลายเมืองในเทือกเขาแอลป์ Swiss Travel Pass มักจะคุ้มค่ากว่าการซื้อตั๋วรายเที่ยว ควรคำนวณเส้นทางที่วางแผนไว้ก่อนตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะถ้ารวม Glacier Express หรือ Bernina Express เข้าไปด้วย มูลค่ารวมจะคุ้มมากขึ้นอย่างชัดเจน

งบประมาณและค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับทริปสวิตเซอร์แลนด์

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในประเทศที่แพงที่สุดในยุโรป แต่ถ้าวางแผนดีก็บริหารงบได้ไม่ยาก ค่าที่พักในพื้นที่เทือกเขาแอลป์ อยู่ที่ประมาณ CHF 80–150 ต่อคืนสำหรับโรงแรม 3 ดาว และ CHF 30–50 ต่อคืนสำหรับ Hostel อาหารในร้านทั่วไปมื้อละ CHF 20–35 ส่วนซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Migros หรือ Coop ราคาจับต้องได้กว่ามาก

ค่าตั๋วขึ้นจุงเฟราว์ อยู่ที่ประมาณ CHF 213 ต่อคน ถ้าไม่มี Swiss Travel Pass (ซึ่งจะได้ส่วนลด 25%) ค่า Glacier Express ประมาณ CHF 153 สำหรับ 2nd Class รวมค่าที่นั่ง ทริป 7 วันที่รวมทุกอย่างสำหรับ 1 คน ควรเตรียมงบไว้ที่ประมาณ CHF 2,500–4,000 หรือราว 95,000–150,000 บาท ขึ้นอยู่กับสไตล์การเดินทาง

ข้อควรรู้และทิปส์เที่ยวเทือกเขาแอลป์สำหรับมือใหม่

มีเรื่องสำคัญหลายอย่างที่ควรรู้ก่อนเดินทาง อันดับแรกคือ สภาพอากาศบนเขาเปลี่ยนแปลงเร็วมาก แม้ข้างล่างจะแดดออกสวยงาม แต่บนยอดเขาอาจมีหมอกหนาได้ในชั่วโมงเดียวกัน ควรเตรียมเสื้อกันหนาว และกันน้ำไปด้วยเสมอแม้จะมาในฤดูร้อน

เรื่องการจอง ควรซื้อตั๋วรถไฟขึ้นเขายอดนิยมอย่างจุงเฟราว์ล่วงหน้าทางออนไลน์ เพราะในช่วง High Season ตั๋วเช้าจะหมดเร็วมาก แอป SBB (Swiss Federal Railways) เป็นแอปที่ใช้ประโยชน์ได้มาก ทั้งซื้อตั๋ว ตรวจเวลา และวางแผนเส้นทาง รองรับภาษาอังกฤษและใช้งานง่าย ควรโหลดไว้ก่อนเดินทางเลย

คำถามที่พบบ่อย

Q

ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์บนเทือกเขาแอลป์ ควรไปช่วงเวลาไหนดีที่สุด?

ขึ้นอยู่กับว่า อยากได้อะไรจากทริปนี้ ถ้าชอบสกีและบรรยากาศหิมะขาวโพลน ช่วงธันวาคม–กุมภาพันธ์คือคำตอบ แต่ถ้าอยากเดินป่าชมทุ่งดอกไม้ Alpine และอากาศเย็นสบาย ช่วงมิถุนายน–สิงหาคม เหมาะกว่า ส่วนคนที่อยากเที่ยวเงียบๆ งบไม่บาน ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน–ตุลาคม ก็ให้วิวสวยไม่แพ้กัน แถมนักท่องเที่ยวน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
Q

ที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เทือกเขาแอลป์ ใช้งบประมาณเท่าไหรต่อคน?

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่ค่าใช้จ่ายสูง แต่วางแผนดีก็บริหารได้ โดยทั่วไปควรเตรียมงบสำหรับทริป 7 วัน ไว้ที่ประมาณ CHF 2,500–4,000 ต่อคน หรือราว 95,000–150,000 บาท รวมที่พัก อาหาร ตั๋วรถไฟขึ้นเขา และกิจกรรม ถ้าต้องการประหยัด ให้เลือกพัก Hostel ซื้ออาหารจากซูเปอร์มาร์เก็ต Migros หรือ Coop และซื้อ Swiss Travel Pass แทนการซื้อตั๋วรายเที่ยว
Q

ไปที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์จำเป็นต้องซื้อ Swiss Travel Pass ไหม?

ไม่ได้บังคับ แต่แนะนำมากถ้าวางแผนเที่ยวหลายเมือง Swiss Travel Pass ครอบคลุมรถไฟ รถเมล์ และเรือไม่จำกัดเที่ยว พร้อมส่วนลด 25–50% สำหรับรถไฟขึ้นเขาและกระเช้า เช่น จุงเฟราว์และ Glacier Express ถ้าในทริปมีแผนขึ้นจุงเฟราว์ นั่ง Glacier Express และเดินทางอีก 3–4 เมือง มักจะคุ้มกว่าซื้อตั๋วรายเที่ยวอย่างชัดเจน ควรคำนวณเส้นทางก่อนตัดสินใจ